No Promises

posted on 17 May 2008 23:56 by beautifullie


หากต้องการจะนำคำแปลนี้ไปใช้ไม่ว่าจะในกรณีใดๆก็ตาม
กรุณาให้เกียรติผู้แปลด้วยการเครดิตให้ด้วยนะคะ
ขอบคุณค่ะ

Letting go


No promises
Shayne Ward


Hey baby, when we are together
ที่รัก.. ยามเราอยู่ชิดใกล้เคียงข้างกัน 


Doing things that we love
และกระทำแต่ละสิ่งนั้นที่เรารัก


Every time you're near I feel like I'm in heaven
ในทุกครั้ง มีคุณเคลียใกล้ไม่ห่างตา ทำให้ผมรู้สึกราวกับว่าอยู่บนสรวงสวรรค์


Feeling high
มันช่างเป็นความรู้สึกที่แสนดีเสียเหลือเกิน


I don't want to let go, girl
เช่นนั้น ผมจึงมิได้ปรารถนาจะจากไปเลยนะ สุดที่รัก


I just need you to know girl
ผมแค่เพียงต้องการให้คุณรับรู้เอาไว้



I don't wanna run away
ว่าผมมิได้อยากที่จะหนีจากไป


Baby, you're the one I need tonight
คนดี คุณเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ผมปรารถนาในราตรีนี้


No promises..
หากทว่า มิอาจให้คำสัญญา..


Baby, now I need to hold you tight
ที่รัก ณ เวลานี้ผมปรารถนาที่จะโอบกอดคุณให้แนบแน่น


I just wanna die in your arms..
ผมเพียงต้องการที่จะสิ้นลมลงในอ้อมแขนของคุณ..


Here tonight..
ที่นี้ ในค่ำคืนนี้..



Hey baby, when we are together
คนดี ยามเราอยู่ร่วมกัน


Doing things that we love
กระทำสิ่งต่างๆนั้นที่เรารัก


Everytime you're near I feel like I'm in heaven
ในทุกครั้ง ที่มีคุณอยู่แนบชิดและอิงแอบ ผมรู้สึกราวกับได้ขึ้นไปอยู่เบื้องบน ณ เมืองฟ้า


Feeling high
มันช่างแสนเบิกบานสำราญใจดีเสียเหลือเกิน


I don't want to let go, girl
และผมมิได้ปรารถนาจะจากไปเลยแม้แต่น้อย
 


I just need you you to know, girl
ผมแค่เพียงต้องการให้คุณรับรู้



I don't wanna run away
ผมมิได้อยากที่จะวิ่งหนีไปจากคุณ


Baby you're the one I need tonight
ทูนหัว เพราะคุณเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้นที่ผมต้องการในค่ำคืนนี้


No promises
แต่ว่าผมมิอาจให้คำสัญญาอะไรแก่คุณได้เลย


Baby, now I need to hold you tight
ที่รัก ผมปรารถนาที่จะตระกองกอดคุณเข้าชิดแนบใกล้


I just wanna die in your arms..
เพียงต้องการจะตายในอ้อมแขนของคุณเท่านั้น..



I don't want to run away
มิได้ปรารถนาที่จะจากไป


I want to stay forever
หากว่า ปรารถนาที่จะอยู่ชิดใกล้ตลอดกาล


Thru Time and Time..
ผ่านกาลเวลาเคียงข้างกันชั่วกัปกัลป์


No promises ..
แต่มิอาจให้คำมั่นใดแก่คุณได้เลย..
 


I don't wanna run away
ผมมิได้ปรารถนาจะหลบเร้นไป


I don't wanna be alone
ผมมิต้องการจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวเดียวดายเพียงลำพัง


No Promises
ทว่า มิอาจให้คำสัญญา


Baby, now I need to hold you tight
ที่รัก ผมอยากโอบกอดคุณไว้ให้แนบแน่น


Now and forever my love..
นับแต่บัดนี้และตลอดไป..


No promises
หากว่า ผมมิอาจให้คำมั่นใดใดได้

 

I don't wanna run away
มิอยากที่จะตีจากไป


Baby you're the one I need tonight
เพราะคุณเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ผมต้องการ


No promises
หากว่ามิอาจรับปากคุณได้แม้แต่นิด


Baby, now I need to hold you tight
บัดนี้ ผมเพียงต้องการที่จะกระชับอ้อมแขนนี้ให้แนบแน่น


I just wanna die in your arms
แค่ปรารถนาที่จะสิ้นลมในวงแขนของคุณ


Here tonight
ที่ตรงนี้ ณ ค่ำคืนนี้


I don't wanna run away
มิอยากจะหลบหนีไป


Baby you're the one I need tonight
เพราะคุณเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ผมต้องการ


No promises
หากแต่ผมมิอาจให้คำสัญญาแก่คุณได้เลย


Baby, now I need to hold you tight
สุดที่รัก ยามนี้ผมเพียงต้องการที่จะเกี่ยวกอดคุณเข้าหาแนบแน่น


I just wanna die in your arms
ผมแค่ต้องการจะสิ้นอายุขัยลงในอ้อมแขนของคุณ


Here tonight..
ณ ตรงนี้.. ท่ามกลางราตรีนี้..

 

เพิ่มเติม

บางคนอาจจะสงสัยว่า ก็รักขนาดนั้น ปรารถนาจะตายในอ้อมแขน แต่ทำไมถึงไม่สามารถจะสัญญาอะไรได้ คือว่าใน mv ของเพลงนี้นั้น ฝ่ายชายเขาเสียชีวิตไปแล้ว แต่ก็ยังคงกลับมาอยู่ข้างๆ อยู่ใกล้ๆ ทว่าเป็นแค่เพียงวิญญาณ ที่เธอมองไม่เห็น มีแค่เพียงตอนสุดท้ายที่เหมือนกับจะสัมผัสเธอได้ เพราะขณะเธอกำลังจะข้ามถนน เขาก็แตะหลังเธอแล้วเธอก็หันมาพอดีกับจังหวะที่รถวิ่งไปอย่างเร็ว เป็นการช่วยไม่ให้เธอโดนรถชน ทว่าเมื่อเธอหันกลับมาก็ไม่เจอใคร..  ฟีลของเพลงนี้นั้นอาจจะคล้ายกับที่ฝ่ายหนึ่งต้องไปทำอะไรที่เสี่ยงอันตราย จึงต้องการที่จะบอกว่าเธอมีความสำคัญกับเขามากแค่ไหน ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันมันช่างดีมากเหลือเกิน และแม้จะไม่ต้องการจะจากเธอไป ทว่าก็จำเป็นต้องไป และไม่สามารถที่จะได้คำสัญญาอะไรกับเธอได้เลย แต่ก็ปรารถนาจะโอบกอดเธอให้แนบแน่น และหากแม้นตายก็เพียงต้องการตายในอ้อมแขนของเธอ 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ถึง คุณ Beautiful Lie

สวัสดียามค่ำคืนครับ คุณ Beautiful Lie เดี๋ยวถ้าอย่างไรผมขอสะสางสิ่งที่กำลังทำค้างไว้ก่อนนะครับ เดี๋ยวจะมาตั้งหลักอ่านเอนทรี่นี้แบบเต็ม ๆ นะครับ surprised smile

#1 By Old Mustang on 2008-05-18 00:52

ถึง คุณ Beautiful Lie

ขอบคุณสำหรับความห่วงใยเรื่องสุขภาพนะครับ คุณ Beautiful Lie surprised smile อันที่จริงผมกะว่ากำลังจะไปนอนอยู่พอดีเลยครับ ถ้าอย่างไรผมขออนุญาตขยายความเรื่องคำถามที่ค้างไว้ในเอนทรี่ที่แล้วนะครับ

"แกนของคำถามอยู่ที่ว่า อะไรเป็นสิ่งสำคัญที่ คุณ Beautiful Lie คิดว่าจะเลือกใช้ในการกำหนดบุคลิกและการแสดงออกของเราเป็นอันดับแรก ระหว่าง

1-การพยายามเลียนแบบตัวต้นแบบที่เราอยากจะเป็น ยกตัวอย่างเช่น ชายคนหนึ่งมีมีฮีโร่ในใจเป็น เบคแฮม แต่ว่าตัวเองรู้อยู่ในใจแล้วว่าทำอย่างไร ตัวเองซึ่งเป็นชาวเอเชีย ส่วนสูงหน้าตาและสมรรถภาพร่างกายก็ไม่มีทางที่จะเป็นเหมือน เบคแฮม ได้อย่างแน่นอน แต่ถ้าเลือกทางเลือกในข้อแรกนี้ก็หมายความว่า ชายคนนั้นจะต้องพยายามทำทุกอย่างให้เหมือนหรือเท่า เบคแฮม ให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นฟุตบอลให้ได้เหมือน เบคแฮม หรือ การพยายามทำให้สังคมยอมรับเท่ากับตัวต้นแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ยากเหลือเกิน

2-การพยายามเป็นตัวของตัวเอง ยกตัวอย่างต่อจากตัวอย่างข้างบนนะครับ ถ้าชายคนนั้นเลือกหนทางนี้หมายความว่า ชายคนนั้นเลือกที่จะพัฒนาบุคลิกความสามารถของตัวเองตามที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสมกับตัวเอง อย่างเช่นในเมื่อเป็นอย่างเบคแฮม ไม่ได้ อย่ากระนั้นเลยตัวเรามีความสามารถในการเล่นดนตรี น่าจะหันมาเล่นดนตรีดีกว่า แต่นั้นหมายถึงว่าก่อนอื่นชายคนนั้นจะต้องยอมรับความจริงซะก่อนว่า ตัวเองไม่มีคุณสมบัติหรือปัจัยต่าง ๆ พอที่จะทำให้เป็นอย่างที่ใจตัวเองต้องการ

3-การสร้างบุคลิกภาพของตัวเองจากการประเมินการตอบรับจากสังคม อย่างสุดท้ายนี้แน่นอนว่าการไม่สามารถที่จะเป็นอย่างที่ใจตัวเองต้องการได้นั้นเป็นสิ่งที่น่าหงุดหงิดอยู่พอสมควรแล้ว แถมยังต้องมาคอยพยายามปรับบุคลิกตัวเองตามกระแสของสังคมรอบตัวอีก ผมว่าเป็นสิ่งที่ดูน่าอึดอัดขึ้นไปอีกครับ

ถ้าอย่างไรผมต้องขออภัยด้วยนะครับที่อาจจะเขียนอธิบายคำถามที่ว่าได้ไม่ดีสักเท่าไหร่ ถ้าอย่างไร คุณ Beautiful Lie ไม่ต้องใส่ใจกับคำถามมากก็ได้ครับ ุือว่าพวกเราคุยกันเล่น ๆ ก็ได้ครับ ผมเกรงใจจริง ๆ ครับ
sad smile

#2 By Old Mustang on 2008-05-18 02:24

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ที่แสนยาวนะคะ

แต่นั่นมันก็เป็นความคิดส่วนตัวของคุณอยู่ดี ไม่ใช่ว่าไม่ดีนะคะ แต่มันใช้ไม่ได้เสมอไปค่ะ

ถ้าจะให้สาธยายก็คงไม่จบไม่สิ้น เพราะเราไม่ได้ยืนบนพื้นฐานเดียวกัน

ไม่มีคำถามและไม่สงสัยอะไรทั้งนั้นค่ะ ขอบคุณมาก สามเหลี่ยมมันก็คือสามเหลี่ยมอยู่วันยันค่ำค่ะ วงกลมก็อยู่ส่วนวงกลมไป มันก็คืออยู่กันคนละโลกอยู่ดี สามเหลี่ยมมันก็สมบูรณ์ในความเป็นสามเหลี่ยมของมันอยู่ ถ้ามันอยากจะไปเติมเต็มอะไรที่ไม่ใช่ประเภทเดียวกัน นั่นคือการที่ไม่ยอมรับในสิ่งที่ตัวเองมีสิ

จบแล้วนะคะ คือยังไงสิ่งที่คุณอธิบายมามันก็ไม่ใช่สิ่งที่มันเป็นอยู่ดีค่ะ ไม่ต้องอธิบายให้มากความแล้วนะคะ ขอบคุณมาก

#3 By sicky (58.10.65.188) on 2008-05-18 11:11

เศร้า นะ


#4 By friday on 2008-05-19 17:29

อ๋อ ที่แท้เบื้องหลังของเนื้อเพลงนี้เป็นแบบนี้นี่เอง เรื่องราวในเอ็มวีช่วยทำให้เพลงนี้น่าซาบซึ้งขึ้นอีกหลายเท่านะครับ
คุณแปลได้ดีครับconfused smile

#5 By Ripley on 2008-05-19 21:27

สวัสดีค่ะ
เพิ่งเข้าไปเช็กเม้นท์มา ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะคะ จริงๆแล้วเราชอบเพลงนี้พอควร แต่พออ่านเนื้อเพลงยิ่งชอบเข้าไปใหญ่ ขอบคุณสำหรับเพลงเพราะๆกับคำแปลสละสลวย ในค่ำคืนนี้ค่ะ
ต้องขอก็อปคำของทรายมาเขียนว่า ขอราตรีกาลจงโอบอุ้มท่านค่ะ ^-^

#6 By mzither(look chin pla) on 2008-05-19 23:44

ถึง คุณ Beautiful Lie

สวัสดียามค่ำคืนครับ คุณ Beautiful Lie ไม่ทราบเป็นอย่างไรบ้างครับในค่ำคืนนี้ ส่วนของผมเองตอนนี้รอบ ๆ ตัวมีแต่ฝนและฝนทั้งนั้นเลยครับ

เมื่อครู่ผมพึ่งจะได้อ่านข้อความของ คุณ Beautiful Lie ในบล็อคของผมครับ ถ้าอย่างไรผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นบ้างนะครับ แต่คราวนี้ผมสัญญาว่าจะเอาให้สั้นและได้ใจความมากที่สุดเลยนะครับ ถ้าอย่างไรผมขออนุญาตใช้ภาษาพูดก็แล้วกันนะครับ เพราะว่าผมค่อนข้างจะถนัดมากกว่าครับ

"ผมเห็นด้วยกับ คุณ Beautiful Lie นะครับกับตัวเลือกที่ 2 แต่คำว่า คนในยุทธจักรล้วนแต่ไม่เป็นตัวของตัวเอง" ผมว่าน่าจะเป็นคำนิยามอารมณ์ของผมตอนที่ตั้งคำถามนี้กับ คุณ Beautiful Lie ก็ได้ครับ เพราะว่าสำหรับผมแล้วคำตอบในชีวิตจริงสำหรับมุมมองของผม ก็คือคนเราเริ่มต้นพัฒนาตัวเองมาด้วยการเลียนแบบตามตัวเลือกที่ 1 แล้วจึงเริ่มพัฒนามาตามความถนัดและสถานภาพของตัวเองให้เหมาะสมตามตัวเลือกที่ 2 และสุดท้ายเมื่อเติบโตเต็มที่คนเราก็จะต้องถูกบทบาทและสถานภาพของตัวเองบังคับให้ตัวเองต้องเล่นและทำในสิ่งที่ไม่อยากทำอยู่ดีนั้นล่ะครับ ุเพราะฉะนั้นสำหรับผมแล้ว ย่อมไม่อยากจะได้ชื่อว่าตัวตนของเราลอกเลียนแบบใครมา และไม่อยากฝืนใจแกล้งทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวตนที่แท้จริงของเราหรอกครับ แต่ว่าความเป็นจริงในชีวิตมักจะยัดเยียดให้ผมต้องเลือกตัวเลือกที่ 3 นั้นคือการไม่เป็นตัวของตัวเอง ทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการหรือบอกว่าไม่ใช่แบบนี้อยู่บ่อย ๆ ครับ

ส่วนที่ว่าแล้วเอามาถามทำไม คงเป็นเพราะว่า วันนั้นที่พวกเราคุยกันเรื่องนิทานปลาดาว แล้วเลยไปถึงเรื่องของการต้องการได้รับการยอมรับจากสังคมของปลาดาวจนถึงขนาดยอมทิ้งท้องฟ้าลงมาล่ะมั๊งครับ ไป ๆ มา ๆ ก็เลยวกกลายมาเป็นคำถามนี้ได้ครับ เอาเป็นว่าผมอาจจะอิจฉา ปลาดาว ก็ได้ครับที่เพื่อความสบายใจและสุขใจของตัวเอง ทำได้ถึงขนาดยอมละทิ้งสถานภาพการเป็นดาวเพื่อมาเป็นปลาดาวในท้องทะเลครับ เพราะในชีวิตจริงของผมคงไม่สามรถตัดใจทำได้อย่างปลาดาวล่ะมั๊งครับ

ผมดีใจที่ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ คุณ Beautiful Lie นะครับ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์และความอดทนในการนั่งอ่านความเห็นแบบเบลอ ๆ ของผมและหวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราจะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องอื่น ๆ อีก และสัญญาว่างวดหน้าผมจะพยายามเขียนข้อความไม่ให้เยิ่นเย้อและรุ่มร่ามครับ

#7 By Old Mustang on 2008-05-20 01:08

ถึง คุณ Beautiful Lie

สวัสดียามค่ำคืนครับ คุณ Beautiful Lie ก่อนอื่นผมคงต้องขอโทษด้วยนะครับที่เข้ามาตอบคำถามที่ คุณ Beautiful Lie ถามค้างไว้เมื่อมะรืนวานนะครับ ข้อแก้ตัวของผมคงไม่มีอะไรมากหรอกครับ คือว่าเมื่อคืนผมเผลอหลับไปตอนกล่อมลูกสาวครับ แบบว่าน็อคไปทั้งพ่อลูกสองฝั่งเลยครับ ถ้าอย่างไรหวังว่าเหตุผลนี้คงจะใช้อนุโลมในการเข้ามาตอบคำถามวันนี้ช้าไปได้นะครับ sad smile

ถ้าอย่างไรผมขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำถามในคราวแรกก่อนนะครับ ผมคิดว่าการที่ คุณ Beautiful Lie สามารถที่จะยืนหยัดความเป็นตัวเองได้ในสถานะการณ์ต่าง ๆ ที่เข้ามาในชีวิต เป็นสิ่งที่ดีและควรค่าแก่การที่จะภูมิใจนะครับ เอาเป็นว่าผมคนหนึ่งล่ะครับที่ที่ง(และบางครั้งก็ถึงขั้นเอาใจช่วย)อยู่ทุกครั้งที่ได้เห็นคนที่สามารถที่จะแสดงความเป็นตัวของตัวเองได้ในทุกสถานการณ์อย่าง คุณ Beautiful Lie ครับ อาจจะเป็นเพราะว่าสำหรับผมแล้ว สิ่งหนึ่งที่ต้องเตือนตัวเองอยู่ในใจอยู่บ่อย ๆ ก็คือ ในฐานะที่เราเป็นหัวหน้าครอบครัวแล้ว ต้องจำไว้ว่า "ชีวิตของเราไม่ใช่ของเราคนเดียวแล้ว"ครับ

ส่วนเรื่องคำถามใหม่ที่ คุณ Beautiful Lie ถามไว้ถ้าอย่างไรผมขออนุญาตทวนและขยายคำถามซักหน่อยได้ไหมครับ จะได้เข้าถึงประเด็นของคำถามได้ง่ายขึ้นนะครับ อย่างแรกเลยก็คือ ไม่ทราบว่าความเข้าใจของผมที่ตีความของคำถามจะถูกไหมนะครับ เพราะว่า คุณ Beautiful Lie ถามว่า "อะไรคือ 3 สิ่งในชีวิตที่ คุณอยู่ไม่ได้หากปราศจากมัน"

ตามความเข้าใจของผมก็คือ ขณะนี้ผมยังมีชีวิตอยู่นั้นหมายความว่าผมยังมีเจ้า 3 สิ่งนั้นอยู่ใช่ไหมครับ แต่ว่าผมไม่รู้สึกถึงการคงอยู่ของมันหรือว่าลืมไปว่ามันได้อยู่กับผมใช่ไหมครับ และอย่างต่อมาก็คือ ถ้าผมขาดเจ้า 3 สิ่งที่ว่าผมจะเสียชีวิตเลยหรือค่อย ๆ เสียชีวิตครับ และสิ่งต่อมานั้นก็คือ เจ้า 3 สิ่งที่ว่าเป็น รูปธรรม หรือ นามธรรม ครับ

เอาเป็นว่าถ้าอย่างไรผมขออนุญาตตอบคำถามนี้ในแบบของผมนะครับ ถ้าอย่างไม่ถูกในคราวนี้ คุณ Beautiful Lie อย่าเพิ่งเฉลย(ขออนุญาตเดาก่อนนะครับ ว่าถ้าคำตอบของผมในคราวนี้ยังไม่ผ่าน ก็แสดงว่าคำถามนี้ไม่มีคำตอบที่ตายตัว และคำตอบขึ้นอยู่กับประสบการณ์และมุมมองของแต่ละคนใช่ไหมครับ) หรือแสดงความคิดเห็นในส่วนของ คุณ Beautiful Lie นะครับ รบกวนเอาเป็นว่าช่วยตอบคำใบ้ที่ผมถามไว้ก่อนนะครับ ผมจะได้ลองตรองอีกซักรอบนะครับ

ส่วนคำตอบในคราวนี้ของผม เจ้าสามสิ่งที่ว่าก็คือ

1.ผืนพสุธา

2.อากาศ

3.น้ำ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าถึงคำตอบนี้จะไม่ประทับใจ คุณ Beautiful Lie ซักเท่าไหร่ แต่คงจะไม่ขี้เหร่จนดูไม่ได้นะครับ surprised smile


#8 By Old Mustang on 2008-05-21 22:31

สุดยอดเปอร์เฟคต์มากคับ มีแปลให้ด้วยแถมแปลดีอีกHot!

#9 By Frankie8 on 2008-05-23 13:52